Home โซเชียล “ตา” ตาบอด “ยาย” เป็นโรคหัวใจ ยากไร้กินข้าวคลุกเกลือประทังชีวิต เพียงข้ามคืนชีวิตเปลี่ยน

“ตา” ตาบอด “ยาย” เป็นโรคหัวใจ ยากไร้กินข้าวคลุกเกลือประทังชีวิต เพียงข้ามคืนชีวิตเปลี่ยน

เปิดเรื่องราวชีวิตสองตา-ยายคู่ทุกข์คู่ยากยุคโควิด ไร้งานไร้เงิน ต้องกินข้าวคลุกเกลือประทังชีวิต ค้างค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ มา 7 เดือน จนเจ้าของให้ย้ายออก ทั้งคู่ยังไม่รู้พรุ่งนี้จะอยู่อย่างไร..

นายภัฏพงษ์ เรืองเครือ อายุ 66 ปี ตาขวาบอด เป็นโรคความดันสูง อยู่กินกับ นางบรม สอนเพ็ง อายุ 59 ปี ภรรยาที่ป่วຍเป็นโรคหัวใจ อาศัยอยู่ห้องเช่าภายในซอยประเสริฐอิสลาม 25 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

จากที่ก่อนหน้านี้ตาภัฏพงษ์ เคยขับรถแท็กซี่เลี้ยงครอบครัว แต่ตอนนี้ต้องหยุดวิ่งเพราะไม่มีลูกค้า หาเงินได้ไม่พอจ่ายค่าเช่ารถ ส่วนยายบรมต้องหยุดเก็บของเก่าขๅยเพราะเพื่อนบ้านเป็นห่วงกลัวจะไปติดเชื้อโควิด ทั้งสองต้องอดมื้อกินมื้อ บางวันเพื่อนบ้านก็แบ่งปันของกินให้ ไม่งั้นก็ต้องกินข้าวคลุกเกลือประทังชีวิต

“ยายบรม” บางวันเครียดจัดต้องเข้าไปแอบนั่งร้องไห้ในห้องน้ำตะโกนดังๆ เพื่อระบายออกไป และเคยคิดสั้นหลายครั้ง แต่ด้วยความที่กลัวบาปกรรมก็ต้องทนสู้ มีตาภัฏพงษ์คอยปลอบใจให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง ทั้งสองพยายามร้องขอความช่วยเหลือไปตามหน่วยงานต่างๆ แต่ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ

ล่าสุดเจ้าของห้องเช่ามาขอให้สองตา-ยายย้ายออกไป เนื่องจากค้างค่าเช่าห้องและค่าน้ำค่าไฟมา 7 เดือน ซึ่งผ่อนผันให้มานานแล้ว ตา-ยายก็ได้แต่ยกมือไหว้ขอความเห็นใจและขอโอกาส

หลังนักข่าวทราบเรื่องชีวิตสุดรันทดของสองตา-ยาย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ห้องเช่าหวังเป็นสื่อกลางหาทางช่วยเหลือ กระทั่งได้พบกับตาภัฏพงษ์และยายบรม ซึ่งกำลังนั่งน้ำตาคลอหมดอาลัยตาຍอยากในชีวิต

ตาภัฏพงษ์ เผยว่า “ตอนนี้กำลังจะไม่มีที่อยู่แล้ว ซึ่งยังไม่รู้ชีวิตวันพรุ่งนี้จะไปต่อยังไง ตอนนี้เราสองคนมีเงินติดกระเป๋าเพียง 10 บาทเท่านั้u ทุกวันนี้กินข้าวคลุกเกลือ มา 3 เดือนแล้ว บางทีก็มีเพื่อนข้างห้องนำข้าวปลามาให้กินบ้าง ตอนนี้ชีวิตลำบากมาก อยากได้ของกินของใช้มาประทังชีวิต”

ตาภัฏพงษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า ที่ผ่านมาตนไปเก็บขวดน้ำพลาสติกมาขๅย 6 กก. ได้เงินมา 60 บาท นำเงินไปเติมโทรศัพท์เพื่อโทรฯ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ แต่ไม่มีใครช่วย ทุกวันนี้ไม่รู้จะทำยังไง อายุก็เยอะแล้ว ทั้งค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่มีจ่ายแล้ว ถ้าวันไหนไม่มีจะกินก็ต้องอดทั้งวัน

ตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่มานาน 38 ปี เมื่อ 7 ปีก่อน ประสบอุบัติเหตุถูกตะขอยางรัดกระโปรงรถตีใส่ลูกตาด้านขวาทำให้ตาบอด จากนั้นตนก็ประคับประคองขับแท็กซี่เลี้ยงชีพเรื่อยมา พอมาเจอวิกฤติโควิด ตนไม่มีเงินส่งค่าแท็กซี่วันละ 600 บาท ค่าแก๊สอีก 400 บาท จึงทำให้เจ้าของอู่ระงับการวิ่งไป ตอนนี้ตนไม่มีรายได้อะไร นอกจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท

ขณะที่ ยายบรม ก็เล่าว่า ช่วงเดือน พ.ค.63 ขณะที่ตนกำลังออกหาเก็บขยะ ได้ประสบอุบัติเหตุ รถเข็นของเก่ากระแทกหน้าอกทำให้แน่นหน้าอกหมดสติ มีคนพาไปโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการน้ำท่วมปอดจึงปั๊มหัวใจถึง 3 ครั้ง

จนฟื้นขึ้นมาแล้วได้ใช้เวลาพักรักษาตัวอยู่นานนับ 10 วัน ก็มีตาภัฏพงษ์คอยดูแลเพราะไม่อยากให้ตนเป็นอะไร ถึงจะยากดีมีจนก็อยากให้อยู่เป็นเพื่อนกัน

หลังผู้สื่อข่าวนำเสนอตีแผ่เรื่องราวชีวิตสุดรันทดของตาภัฏพงษ์และยายบรม ที่ต้องกินข้าวคลุกเกลือและกำลังจะถูกขับไล่จากห้องเช่าไร้ที่ซุกหัวนอน มีผู้ใจบุญสงสารบริจาคเงินเข้าบัญชีให้ความช่วยเหลือจำนวนมาก

 

ทั้งสองคนยังอยู่ห้องเช่าที่เดิม.. ตาภัฏพงษ์ กล่าวว่า “มีผู้ใจบุญจำนวนมากโอนเงินมาช่วยเหลือตากับยาย ซึ่งถือว่าเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตของเราสองคนแล้ว

ตอนนี้ไม่ขอรับบริจาคอีกแล้ว เพื่อที่ผู้ใจบุญจะได้ไปช่วยคนที่เดือดร้อนคนอื่นๆ ขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่าน เงินทั้งหมดนี้จะใช้สอยในการดำรงชีพอย่างประหยัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากนี้เราสองตา-ยายจะไม่ต้องกินข้าวคลุกเกลืออีกแล้ว”

ต่อมานางสุทารัตน์ อรุณบรรเจิดกุล รองปลัดเทศบาลนครปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ได้เดินทางมาที่บ้านเช่าของตาภัฏพงษ์กับยายบรม นำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้และให้การช่วยเหลือเบื้องต้น

นางสุทารัตน์ กล่าวว่า ตากับยายไม่มีชื่ออยู่ในเทศบาลนครปากเกร็ด เพราะภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น มาอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งนี้ เบื้องต้นช่วยเหลือเท่านี้ก่อน และจะประสานกับทาง รพ.ชลประทาน ตามสิทธิของตาภัฏพงษ์ เพื่อตรวจดวงตาที่บอดและประสานกับ พม.ในการทำบัตรคนพิпารเพื่อให้นายภัฏพงษ์ได้รับเบี้ยผู้พิпารรายเดือน

ส่วนของนางบรมนั้น เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชนมาหลายปี อาจต้องใช้เวลาในการทำเรื่อง แต่ในส่วนตรงนี้เทศบาลนครปากเกร็ด ยินดีช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งแน่นอน

จากนั้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี ได้นำข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้สองตา-ยายเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นและสอบถามข้อมูลเพื่อจะนำเสนอที่ประชุมพิจารณาช่วยเหลือต่อไป

>> คลิกชมคลิป <<

แหล่งที่มา dailynews

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Check Also

สาวขอกำลังใจ ปัดแอปพลิเคชันหาคู่ แต่เจอหนุ่มให้ไปช่วยทำงาน

สมัยนี้หลายคนเลือกที่จะหาคนรู้ใจจากเเอปฯ หาคู่ยอดนิยม ซึ่งหลายคนก็มักจะได้เจอประสบการณ์เเป…