Home สาระน่ารู้ เเนະนำ 20 วิธีปลูกผักสวนครัว ปลูกง่าย โตเร็ว เเถมดูเเลไม่ยาก

เเนະนำ 20 วิธีปลูกผักสวนครัว ปลูกง่าย โตเร็ว เเถมดูเเลไม่ยาก

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาปลูกผัก สวนครัว ชนิดที่ปลูกง่าย ปลูกไวและโตเร็วแถมยังดูแลได้ไม่ยาก ประโยชน์และข้อดีของการปลูกผักเหล่านี้ นอกจากจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วผักสวนครัวยังมีสรรพคุณในการป้องกันและสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายเราได้เป็นอย่างดี เรามาลองปลูกผักสวนครัวกันแบบง่าย ๆ มาดูวิธีพร้อม ๆ กันได้เลย

ถั่วงอก

วิธีการปลูก

  • นำเมล็ดถั่วเขียวมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน
  • เตรียมภาชนะสำหรับปลูกเช่นจานหรือกะละมังใส่กระดาษทิชชูเปียก น้ำลงไป
  • นำเมล็ดถั่วเขียวที่แช่ทิ้งไว้ให้เรียบร้อยเกียร์ให้แบนจากนั้นจึงใส่กระดาษทิชชู่เปียกน้ำติดไว้และทำการรดน้ำอีก 1 ครั้ง
  • สามารถทำซ้ำแบบนี้กันได้ถึง 3 ชั้นโดยใช้ผ้าชุบน้ำวางทับชั้นบนสุดเอาไว้ติดด้วยวัสดุทึบแสงและใส่ไว้ในถุงดำ 2 ชั้นมัดกันให้แน่น
  • วางไว้ในที่ร่มอย่าให้โดนแสงแดดจากนั้นเปิดผ้าชุบน้ำและทำการรดน้ำวันละ 1 ครั้ง
  • เมื่ออายุครบ 3 วันคว่ำภาชนะที่ปลูกแล้วค่อย ๆ แกะเอาถั่วงอกออกมาจากกระดาษทิชชู่
  • นำไปล้างทำความสะอาดสามารถเอามาปรุงเป็นอาหารรับประทานได้ หรือจะทำเป็นอาชีพเสริม

พริก

วิธีการปลูก

  • เตรียมเมล็ดพริกให้พร้อมก่อนลงปลูกโดยการนำพันธุ์ที่ได้นำไปแช่น้ำอุ่นไว้ประมาณ 1 วัน จากนั้นจึงนำมาผึ่งแดดอีกครึ่งวันแกะเมล็ดพริกออกมาปลูก
  • เพราะต้นกล้าพริกก่อนปลูกจริงโดยผสมดินร่วนปนทรายเข้ากับปุ๋ยหมักสูตรโพแทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจนลงในกระถางเพาะต้นกล้าพิกุลหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณ 1-2 นิ้ว
  • หยอดเมล็ดพริกลงไปเตรียมไว้ในหลุมประมาณ 3-4 เมล็ดจึงทำการกลบดินรดน้ำให้ชุ่มทุกวันพร้อมกับสังเกตว่าดินระบายน้ำได้ดีหรือไม่ที่สำคัญต้องวางกระถางเพราะไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง
  • ย้ายต้นกล้าลงกระถางใหญ่เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกสูงประมาณ 6 นิ้วขึ้นไปและเห็นใบออกมาชัดเจนจากนั้นให้ถอนต้นกล้าที่อ่อนแอทิ้งให้เหลือไว้เฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงเพียง 1 ต้นจึงทำการย้ายต้นกล้าพริกไปปลูกในกระถางใหญ่ที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมักเช่นเดียวกับขั้นตอนการเพาะต้นกล้าพริก
  • วางกระถางพริกในทำเลที่เหมาะสมเพราะพริกเป็นพืชที่ชอบแสงแดดฉะนั้นควรวางกระถางต้นพริกในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแตะในทุกเช้าเย็นเมื่อพริกเริ่มติดดอกออกผลแข็งแรงแล้วให้เปลี่ยนไปรดน้ำแบบวันเว้นวัน
  • การเก็บเกี่ยวเมล็ดพริกขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่นำมาปลูกแต่สำหรับพริกขี้หนูจะออกดอกและให้ผลผลิตประมาณเดือนที่ 2 และ 3 ของการปลูก

ต้นหอม

วิธีการปลูก

  • เตรียมดินปลูกด้วยการพรวนดินให้ร่วนทุกเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • น้ำเปลือกถั่วลิสงลงไปผสมกับดินปลูกแล้วตักดินใส่กระถางโดยไม่ต้องกดให้ดินแน่นจนเกินไป
  • ใช้มีดตัดต้นหอมเนื้อนาค 1.5 ถึง 2 นิ้วแล้วปักชำลงดินเว้นระยะห่างต้นละ 2 นิ้วพร้อมกับรดน้ำให้พอชุ่ม
  • ถ้าปลูกด้วยเมล็ดให้โรยเมล็ดลงหน้าดินได้เลย ประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถางก็เพียงพอแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันจนเกินไป
  • รดน้ำเช้าเย็นตามปกติแต่พอมีใบสีเขียวให้ลดจำนวน ลดน้ำลงเหลือวันละ 1 ครั้ง
  • ถ้าต้นหอมยาวเกือบถึง 1 ฟุตก็สามารถตัดใบกินได้เลย

ผักบุ้ง

วิธีการปลูก

  • นำเมล็ดผักบุ้งแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืนจากนั้นก็ห่อด้วยผ้าต่ออีก 2 คืนให้ผ้าชื้นตลอดเวลาเพื่อเป็นการเร่งให้รากขึ้นเร็ว
  • จากนั้นเริ่มเห็นรากขๅว ๆ ของต้นผักบุ้งงอกออกมาจากเมล็ด
  • เมล็ดผักบุ้งรากงอกแล้วก็นำลงไปปลูกในดินหลุมละเมล็ดโดยเอานิ้วกดลงไปในดินที่เตรียมไว้
  • จากนั้นจึงทำการปิดปากหลุม แล้วรดน้ำถ้ามีฟางก็ให้นำฟางมาคลุมหน้าดินสักหน่อยกันหน้าดินแห้ง
  • จากนั้นต้นผักบุ้งก็จะงอกออกมารอเวลาให้โตก็ตัดมารับประทานได้เลย
  • สำหรับวิธีการตัดผักบุ้งจีนให้ตัดเหลือตาที่ติดไปประมาณสองตาจากพื้นดินผักบุ้งจะสามารถแตกกิ่งใหม่มาให้เรารับประทานสามารถเก็บกินได้อีก 2-3 ครั้ง

ผักชี

วิธีการปลูก

  • เตรียมดินสำหรับปลูกจากนั้น ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ควรดินให้แตกเป็นก้อนเล็ก ๆ ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • บดเมล็ดพันธุ์ผักชีที่ซื้อมาให้แตกออกเป็น 2 ซีกนำเมล็ดไปแช่น้ำทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง
  • นำเมล็ดพันธุ์ผักชีที่แช่น้ำแล้วไปผึ่งลมผสมกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย
  • นำเมล็ดพันธุ์ผักชีที่แช่น้ำแล้วไปผึ่งลมผสมกับทรายหรือขี้เถ้าเล็กน้อย
  • เมื่อเริ่มเห็นเมล็ดงอกให้นำไปใส่ในกระทะที่เราเตรียมเอาไว้คลุมด้วยฟางข้าวหรือยังแห้งแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
  • รอเก็บเกี่ยวประมาณ 30 ถึง 45 วันเวลาถอนให้รดน้ำจนดินชุ่มก่อนควรถอนทั้งราก

กระเพราและโหระพา

วิธีการปลูก

  • โรยเมล็ดใส่กระถางเมล็ดสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ลงบนดินเนื้อละเอียด
  • รดน้ำทันทีต้นอ่อนจะงอกขึ้นภายในระยะเวลา 7-10 วัน
  • วางต้นอ่อนไว้ในจุดที่แดด 2 ถึงเต็มที่ รดน้ำตอนเช้าและตอนเย็น
  • หลังจากต้นกะเพราหรือโหระพาสูง ได้ประมาณ 4 นิ้วให้เราเด็ดยอดต้องหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้แตกยอดใหม่

ต้นอ่อนทานตะวัน

วิธีการปลูก

  • สั่งซื้อเมล็ดต้นอ่อนทานตะวัน จากนั้นนำมาแช่ในน้ำทิ้งไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง
  • เมื่อครบ 8 ชั่วโมงแล้ว นำเมล็ดขึ้นมาจากน้ำทิ้งไว้อีก 24 ชั่วโมง
  • หาตะกร้านำใบไม้แห้งหรือกาบมะพร้าวสับมาลองไว้ที่ก้นตะกร้า
  • ผสมดินและปุ๋ยลงในตะกร้านำเมล็ดทานตะวันโรยให้ทั่วทัดโรยดินไว้บาง ๆ จากนั้นฉีดน้ำให้ทั่ว
  • ควรปิดหน้าดินด้วยวัสดุทึบแสงรดน้ำตอนเช้าและเย็น
  • เมื่อต้นอ่อนทานตะวันเริ่มสูงมันเก็บเปลือกที่เกาะอยู่ตามใบออกและปล่อยให้โตตามปกติโดยไม่ต้องปิดหน้าดิน
  • ต้นอ่อนทานตะวัน ที่เก็บเกี่ยวแล้วจะไม่สามารถงอกใหม่ได้อีกแต่สามารถนำไปเป็นส่วนผสมดินสำหรับการปลูกในครั้งต่อไปได้

ผักสลัด

วิธีการปลูก

  • เลือกเมล็ดพันธุ์ผักสลัดที่เราต้องการ
  • ใส่ดินลงไปในกระถางหรือถาดหลุมรดน้ำให้ชุ่มวางเมล็ดลงไปที่หลุมประมาณ 3-4 เมล็ดต่อหลุม
  • รอเวลาประมาณ 7 วันให้คัดต้นอ่อนที่สมบูรณ์เอาไว้เหลือเพียง 1 ต้นต่อหลุมหรือกระถางเท่านั้u
  • กดดินให้แน่นเพื่อเป็นการตั้งต้นให้กับต้นอ่อน
  • รดน้ำในตอนเช้าและเย็นวางไว้ในที่โดนแสงแดดเต็มที่แต่ถ้าโดนแดดแรงมาก จะใช้แสลมมาช่วยพรางแสงแดดก็ได้
  • สามารถใส่ปุ๋ยได้เมื่อมี อายุครบ 2 สัปดาห์ใส่ปุ๋ยเพิ่มการเจริญเติบโตได้เมื่อครบ 3 สัปดาห์
  • เก็บเกี่ยวได้หลังจากอายุ 45-50 วัน

ผักกวางตุ้ง

วิธีการปลูก

  • เตรียมถาดพลาสติกสำหรับเพาะกล้าจากนั้นนำดินพร้อมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ใส่ดินผสมลงไปในถาดที่เราเตรียมเอาไว้
  • จากนั้นหาเศษไม้เล็ก ๆ กดลงไปในดินโดยความลึกประมาณ 0.5 cm
  • นำเมล็ดลงไปในหลุมหลุมละ 1-2 เมล็ดนำดินไปกลบพร้อมรดน้ำให้เรียบร้อย
  • พอเข้าสู่วันที่ 7 และ 8 กวางตุ้งจะเริ่มมีการเจริญเติบโตควรลดน้ำวันละ 1-2 ครั้งทั้งเช้าและเย็น
  • พอเข้าสู่วันที่ 20 ถึงวันที่ 25 สามารถย้ายกล้าลงปลูกในกระถางได้
  • จะเริ่มเก็บผลผลิตได้เมื่อเข้าสู่วันที่ 40 ถึงวันที่ 45

ต้นคะน้า

วิธีการปลูก

  • เตรียมถาดพลาสติกสำหรับการเพาะต้นคะน้าจากนั้นนำดินพร้อมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 ลงไปในถาด
  • นำเมล็ดของผักคะน้าที่เราเตรียมเอาไว้ กดลงไปในดินความลึกประมาณ 0.5 cm ใน 1 หลุมควนไทรเมล็ดคะน้า 1-2 เมล็ด แล้วทำการรดน้ำ
  • ประมาณ 7-10 วันจากที่เราเริ่มปลูกคะน้าจะค่อย ๆ เริ่มเห็นการเจริญเติบโต
  • เข้าสู่ในช่วงวันที่ 20 ของวันที่ 25 การเพาะปลูกนำต้นคะน้ามาลงปลูกต่อในกระถางเข้าวันที่ 45 สามารถเก็บคณะรับประทานได้
  • คะน้าต้องการน้ำจึงควรหมั่นดูแลรดน้ำในทุก ๆ วัน วันละ 1-2 ครั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็นอย่างสม่ำเสมอ

กะหล่ำปลี

วิธีการปลูก

  • เริ่มจากการเตรียมดินโดยนำดินไปตากแดดก่อนประมาณ 5-7 วันจากนั้นเมื่อได้ดินที่เตรียมไว้แล้วนำไปผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็ได้
  • ขุดหลุมเพื่อเตรียมสำหรับการปลูกนำเมล็ดที่เราเตรียมเอาไว้ใส่ลงไปในหลุม
  • เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 4-6 ต้นกะหล่ำปลีเราปลูกไว้จะเริ่มเป็นต้นกล้านำต้นกะหล่ำปลีนั้นย้ายลงไปในกระถาง
  • จากนั้นรอเวลาในการเก็บต้นกะหล่ำปลี สำหรับสายพันธุ์เบา 50-60 วันแต่หากเป็นสายพันธุ์หนักจะต้องใช้เวลา 90-120 วัน
  • รดน้ำวันละ 1-2 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ ข้อควรแนะนำไม่ควรให้ดินชื้นจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้รากของต้นกะหล่ำปลีเกิดอาการเน่าได้
  • มันใส่ปุ๋ยให้ต้นกะหล่ำปลีเป็นระยะระยะนอกจากนี้ต้องดูแลและพรวนดินกําจัดวัชพืชเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของต้นกะหล่ำปลีด้วย

ตำลึง

วิธีการปลูก

  • สามารถปลูกตำลึงด้วยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำเถาแก่ในถุงก่อน จึงย้ายลงดินที่เตรียมไว้
  • ตำลึงชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมของดินและทรายในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 จากนั้นคลุกเคล้าดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์
  • ควรปลูกบริเวณหรือทำร้านให้ต้นตำลึงได้เกาะเลื้อยจากนั้นเริ่มเห็นการเจริญเติบโตทางลำต้นควรให้ปุ๋ยอินทรีย์สม่ำเสมอเดือนละ 1-2 ครั้งจะได้ยอดอ่อนที่สมบูรณ์
  • ต้นตำลึงมีการผลิตยอดใหม่ ได้ดีในช่วงฤดูฝนหากได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่จะยิ่งเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
  • การรดน้ำปกติวันละ 2 ครั้งไม่ทำให้ต้นตำลึงแตกยอดใหม่แต่ถ้าเราใช้วิธีการพ่นละอองน้ำในอากาศในช่วงบ่ายจะช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นในอากาศจะช่วยให้ตำลึงแตกยอดได้ดีขึ้น

บวบเหลี่ยม

วิธีการปลูก

  • การปลูกในกระถางเริ่มจากการเอาดินถุงที่ซื้อมาผสมกับใบไม้แห้งและปุ๋ยคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • ทำการแบกดินให้เป็นหลุมเอาเมล็ดบวบหย่อนลงไป 3-4 เมล็ดจากนั้นจึงทำการปิดหน้าดิน
  • คลุมดินด้วยฟางหรือหญ้ารดน้ำให้ชุ่ม ไม่นานก็จะเห็นต้นกล้างอกขึ้นมา
  • พอมีใบสัก 2 ใบก็ถอนต้นที่ไม่แข็งแรงทิ้ง จากนั้นให้ทำการรดน้ำไปเรื่อย ๆ พอ ต้นเริ่ม ทอดยาว ก็เอาไม้ไผ่มาปากซ่อมเป็นสามเส้าทำเป็นค้าให้บวกได้เลิ้อย
  • การปลูกบวบต้องหมั่นรดน้ำอย่างสม่ำเสมอเพราะต้นบวบเป็นพืชที่ค่อนข้างชอบน้ำไม่นานก็จะมีลูกขวบที่ห้อยออกมาระยะจึงนำมารับประทานได้

มะเขือเทศ

วิธีปลูก

  • ทำการเลือกมะเขือเทศที่มีผลลักษณะสวยงามคนที่มีสีแดงแก่จัดพร้อมที่จะโตเป็นต้นอ่อนและนำมาบีบเลือกเอาเฉพาะเมล็ด
  • นำเมล็ดวางลงบนดินโดยการกระจายตัวออกห่างกันเพียงเล็กน้อยกลบด้วยดินบาง ๆ อีกชั้นหนึ่งรดน้ำให้ชุ่มต่อเนื่องทุกวันอย่าให้ขาด
  • ประมาณ 30 วันจะมีต้นกล้าออกมาโดยสังเกตให้มีใบแท้ออกมาประมาณ 3-4 ใบให้ย้ายออกจากกระถางเล็กไปในกระถางที่ใหญ่ขึ้นโดยการขุดให้มีก้อนดินติดรากออกไปด้วย
  • ให้ต้นมะเขือเทศที่เรานำมาปลูกในกระถางเริ่มตั้งตัวได้ช่วงนี้รดน้ำเบา ๆ ไปก่อนให้ลากลงดินและคุ้นเคยกับกระถางใหม่จากนั้นรอเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นมะเขือเทศที่เรานำมาปลูกไว้
  • มะเขือเทศเป็นพืชที่ค่อนข้างชอบน้ำหากขาดน้ำจะทำให้หยุดการเจริญเติบโตและไม่ออกผล

แตงกวา

วิธีการปลูก

  • นำเมล็ดแตงกวาแช่น้ำอุณหภูมิที่ 50 องศา
  • จากนั้นให้นำเมล็ดแตงกวาที่จมน้ำมาวางลงบนกล่องพลาสติกให้นำทิชชู่ชุบน้ำมาลองไว้ที่ก้นกลางพลาสติกก่อน
  • ทำการปิดฝากล่องให้แน่นตากแดดไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงในช่วงเช้า
  • เมื่อทำการตากแดดครบ 2 ชั่วโมงแล้วนำเมล็ดไปเพาะในภาชนะที่เราต้องการปลูกได้เลยแตงกวาจะใช้เวลางอกอยู่ที่ประมาณ 7 วัน
  • เราสามารถขึ้นไม้ไผ่นั่งร้านทำเป็นสามเหลี่ยมเพื่อให้ต้นแตงกวาเลื้อยขึ้นไปได้ จากนั้นผลของแตงกวาก็จะห้อยลงมา

คื่นช่าย

วิธีการปลูก

  • นำเมล็ดขึ้นฉ่ายแช่น้ำจมจากนั้นนำเมล็ดมาห่อด้วยทิชชู่ใส่ลงไปในกล่องพลาสติก
  • ทำการปิดฝาแล้วแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 วันสามารถนำมาเพาะในกระถางได้
  • คื่นช่ายนั้นจะใช้เวลางอกอยู่ที่ประมาณ 7 วันและใช้เวลาในการปลูกอยู่ที่ 80 วันจึงเก็บเกี่ยวได้
  • คื่นช่าย สามารถปลูกได้ทั้งแบบลงในดินและไร้ดินการปลูกแบบไร้ดินจะใช้ระบบน้ำไหลเวียนให้ปุ๋ยอินทรีย์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งใช้เวลาปลูกประมาณ 50 วันจึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ข้อดีคือระยะเวลาการปลูกแบบไร้ดินจะสั้นกว่าการปลูกลงดินเป็นเท่าตัว อีกทั้งยังไม่พบปัญหาเรื่องหน้าฝนหรือน้ำค้าง จึงเป็นวิธีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่ายกว่า

ตะไคร้

วิธีการปลูก

  • ตะไคร้ที่จะนำมาปลูกจะต้องเป็นต้นตะไคร้ที่มีรากติดแต่ถ้าแยกออกมาจากต้นที่สมบูรณ์ให้แยกอีกหนึ่งออกมาแค่ 3 ต้นเท่านั้u หากตะไคร้ที่ซื้อมาไม่มีรากต้องตัดโคนให้เหลือความยาวประมาณ 1 นิ้วครึ่ง นำไปแช่น้ำทิ้งไว้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ รอให้รากงอกแล้วค่อยนำไปปลูก
  • รองก้นกระถางด้วยวัสดุรองก้นอธิเช่นแกลบหินหรือใบไม้แห้งไว้ก่อนจากนั้นจึงเทดินลงในกระถาง แล้วนำปุ๋ยคอกมาผสมดินให้ทั่วสุดท้ายเทดินลงไปให้เกือบเต็มกระถาง
  • ใช้พลั่วเขียนดินตรงกลางให้เป็นหลุมจากนั้นจึงนำต้นตะไคร้ที่แยกกอหรือต้นตะไคร้ที่แช่น้ำเอาไว้มาปลูกกลบดินให้แต่ไม่ต้องให้แน่น จึงทำการรดน้ำให้ชุ่ม
  • ถ้าต้องการปลูกตะไคร้ขๅยและอยากได้ลำต้นที่ขวดใหญ่ต้องดูแลระยะห่างและระบบน้ำให้ดี ๆ เนื่องจากตะไคร้เป็นพืชที่ต้องการน้ำมากจึงจะส่งผลให้ลำต้นมีขนาดใหญ่

มะนาว

วิธีปลูก

  • จัดเรียงอิฐวางในที่ตั้งกระถางมีช่องว่างตรงกลางบริเวณรูกระถางจากนั้นจึงนำกระถางเปล่าตั้งเลือกสถานที่ตั้งสำคัญต้องมีแสงแดดส่องถึง
  • นำดินผสมวัสดุปลูกอื่น ๆ เข้าใส่ในกระถางโดยในระดับดินอยู่ต่ำจากปากกระถางประมาณ 1 ใน 3
  • จากนั้นให้นำมีดไปแหลมบีบถุงมะนาวดึงถุงพลาสติกออกนำลงปลูกโดยให้ดิน Grab อยู่เหนือส่วนลำต้นประมาณ 5 เซนติเมตรและให้บินต่ำกว่าระดับขอบกระถางประมาณ 1 นิ้ว
  • รดน้ำให้ชุ่มนำฟางข้าวแกลบหรือใบไม้มากลมบริเวณโคนต้นปากกระถาง
  • การให้น้ำลดน้ำ ต้อง ให้ผ่านอุปกรณ์ให้น้ำเช่นอุปกรณ์ให้น้ำหยดโดยให้วันละครั้งในระยะแรกเมื่อมะนาวตั้งต้นได้อ่าจให้น้ำแบบวันเว้นวัน
  • ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณครึ่งกำมือ 2 เดือนต่อ 1 ครั้งหรืออาจผสมกับน้ำรดบริเวณโคนต้นก็ได้
  • การตัดแต่งกิ่งต้นมะนาวให้ตัดแต่งกิ่งยาวหรือสูงเกินไปหากมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ให้ใช้ไม้ไผ่ สอบที่กระถางในทั้ง 4 มุมและใช้เชือกตีกรอบด้วยไม้ไผ่ขึงรอบบริเวณ ให้เป็นทรงพุ่มเพื่อไม่ให้ทรงพุ่มแผ่กว้างจนเกินไป

สะระแหน่

วิธีปลูก

  • เตรียมดินสำหรับการเพาะโดยนำดินร่วน 2 ส่วนทราย 1 ส่วนปุ๋ยหมักอีก 1 ส่วนและปูนขๅวเล็กน้อยมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • ทำการเลือกกิ่งสะระแหน่ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไปจากนั้นนำไปปักลงในภาชนะที่เราเตรียมเอาไว้
  • ปักกิ่งสะระแหน่ให้เอนทาบกับต้นแล้วรดน้ำให้ชุ่มแต่ต้องระมัดระวังอย่าให้ฉันจนเกินไป
  • หนังแกะออกมาโรยตลกดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับหน้าดินเพื่อการเพาะปลูกเข้าสู่วันที่ 4 และ 5 เริ่มแตกยอดเลื้อยคลุมดิน
  • การพรวนดิน โคนต้นสะระแหน่ควรระมัดระวังและทำอย่างเบามือเนื่องจากต้นสะระแหน่เป็นพืชที่มีรากไม่เล็ก เมื่อลำต้นที่เราเพาะปลูกเริ่มมีการเจริญเติบโตสามารถเก็บได้แล้วควรหมั่นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักให้กับต้นสะระแหน่อย่างสม่ำเสมอ

มะกรูด

วิธีปลูก

  • นำผลมะกรูดแก่จัดหรือที่ร่วงหล่นอยู่ในพื้นและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นำมาผ่าออกให้เนื้อเยื่อเพื่อแยกออกจากกันแต่ต้องระวังไม่ให้เมล็ดมะกรูดเสียหายจากนั้นจึงใช้ช้อนคว้านเมล็ดและคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ที่สุด ออกมา
  • ล้างเมล็ดมะกรูดที่ เราเตรียมเอาไว้ด้วยน้ำสะอาดชำระล้างผิวเคลือบลื่นให้หลุดออก
  • จากนั้นวางเมล็ดมะกรูดที่เราล้างสะอาดแล้วลงบนถาดเกียรติทั่วอย่าให้ทับกันนำไปผึ่งแดดประมาณ 2 ถึง 4 วัน
  • เตรียมดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดีมาผสมกับมวลสารหรือคอกเทลงในหลุมเพาะกล้าหรือแก้วพลาสติกที่เราเตรียมเอาไว้ นำเมล็ดมะกรูดตากแห้งมาเพราะลงในดินรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าให้แฉะจนเกินไป
  • ตั้งหลุมเพาะหรือแก้วไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก
  • เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกขึ้นออกมาแล้วใบประมาณ 3-4 ใบย้ายลงมาปลูกในถุงดำสำหรับต้น กล้าให้แข็งแรงและสูงประมาณ 30 cm
  • จากนั้นได้ต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์แล้วให้ย้ายลงมาปลูกในกระถางดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนที่เท่ากัน กลุ่มดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อป้องกันความชื้นระเหย
  • เมื่อมะกรูดเริ่มออกผลให้เก็บภายใน 1-2 ปีส่วนต้นมะกรูดที่สูงตั้งแต่ 6 นิ้วขึ้นไปสามารถนำไปประกอบอาหารได้เลย
  • หากกิ่งมะกรูดงอกยาวเร็วจนเกินขนาดกระถางให้นำขวด กริ่งยาว ๆ จากนั้นกดให้เป็นวงกลมในแนวนอนและแนวภาพลงไปบนดินเพื่อควบคุมขนาดต้นให้เหมาะสมจริงที่วางทาบลงไปนั้นจะงอกกิ่ง กระโดงขึ้นมาใหม่ ออกใบออกผลให้เก็บเกี่ยว ตลอดทั้งปี

แหล่งที่มา: taibann

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

อนุโมทนาบุญใหญ่ ตา-ยาย ถวายที่นาแปลงสุดท้ายให้พระลูกชายสร้างวัด ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวดี ๆ ที่มีหลายคนร่วมอนุโมทนาสาธุดัง ๆ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “อุทยานธรร…