Home เรื่องดี ๆ มีข้อคิด ชายวัย 68 ปี แม้ร่างกายไม่ปกติ แต่ไม่คิดท้อ ลุกขึ้นสู้ สานไม้ไผ่ขๅย

ชายวัย 68 ปี แม้ร่างกายไม่ปกติ แต่ไม่คิดท้อ ลุกขึ้นสู้ สานไม้ไผ่ขๅย

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศเปิดเผย เรื่องราวของชาวนาที่ชื่อ หลี่ไป่โจว วัย 68 ปี ผู้อาศัยในหมู่บ้านเต้าฮวา เมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวน เนื่องจากสภาพร่างกายที่ไม่เป็นปกติ ทำให้เขาไม่ว่าจะทำอะไร ฤดูไหนก็ต้องนอนอยู่กับพื้นแบบนี้ แต่เขากลับไม่คิดว่าตนเองน่าสงสาร หรือลำบากเลย

เมื่อพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ก็ต้องย้อนกลับไป เมื่อ 42 ปีก่อน ซึ่งในอดีตตอนที่นายหลี่ยังเป็นหนุ่มอยู่นั้น เขาเป็นผู้ชายที่แข็งแรง ทำงานหนักได้สบายมาก ไม่ว่าจะเป็นงานหนักแค่ไหนเขาก็ทำได้เสมอ

จนกระทั่งเมื่อปี 1976 ตอนนั้นเขาอายุ 26 ปี เขาได้ร่วมการสร้างคูน้ำของหมู่บ้าน จู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งลงมากระแทกโดนบริเวณกระดูกสันหลังของเขาอย่างแรง

หลังจากนั้น เขาก็กลายเป็นคนพิпารอัมพาตขั้นสูง เดิมทีที่เป็นคนเข้มแข็ง เป็นสาเหลักของครอบครัว จู่ ๆ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เขาไม่สามารถไปทำงานหาเงินได้ ได้แต่นอนอยู่บนเตียงต้องให้คนอื่นดูแล เริ่มแรกนายหลี่ก็ยอมรับสภาพของตนเองไม่ได้ นอนร้องไห้น้ำตาไหลทุกคืน กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็คิดได้ว่า จะมัวเศร้าไปทำไม มันไม่ช่วยอะไรเลย

ในตอนนั้นลูกสาวของเขาอายุเพียง 1 ขวบเท่านั้u ในที่สุดนายหลี่ก็คิดได้ และตัดสินใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เพื่อคนในครอบครัวที่เขารัก หลังจากที่นอนรักษาตัวครึ่งปี เขาก็เริ่มขยับตัวเองได้ และเริ่มคิดว่าจะทำอะไรดี

และเขาก็คิดออกว่า จะทำผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ที่นำมาสานกัน เนื่องจากที่บ้านมีไม้ไผ่จำนวนมาก แม้ว่าร่างกายท่อนล่างจะไม่สามารถขยับได้ แต่ยังมีสองมือที่ทำงานได้ สมองก็ยังดีอยู่ก็ใช้ส่วนของร่างกายที่ยังดีอยู่เพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้สิ

คนในครอบครัวก็ช่วยกันหาไม้ไผ่จำนวนมากมาไว้ที่บ้าน นายหลี่ก็เริ่มสานไม้ไผ่เอง เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แม้ว่าอาจมีอุปสรรคนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ย่อท้อเลย

ทุกขั้นตอนในการทำผลิตภัณฑ์นี้เขาก็ลงมือทำเองทั้งหมด ตลอด 42 ปี คิดดูว่ามากมายแค่ไหน เขาได้ทำ ตะกร้า ชะลอม กระออม กระบุง กระจาด กระด้ง มากมายนับไม่ถ้วน และตลอด 30 ปี ที่ผ่านมานี้เขาก็มีผู้ช่วยที่คอยช่วยเหลือเขา นั่นก็คือ ลัวหวังเซิง เขาจะอาสาซื้อจักรสานทุกชนิดที่เขาทำ

หลายคนถามเขาว่า “ที่บ้านมีผลิตภัณฑ์จักรสานไม้ไผ่จำนวนมากจะเอาไปทำอะไร ขๅยก็ขๅยไม่ออก” เขากลับตอบว่า “ไม่เป็นไร ถ้าขๅยไม่หมด ยังมีรุ่นต่อไปที่สามารถช่วยขๅยต่อได้ หากนายหลี่ลำบากมันก็คือธุระของผมด้วย”

นายหลี่คิดรอบคอบว่า ไม่อยากให้ภรรยาต้องมาลำบาก หลังจากที่ลูกสาวอายุ 10 ขวบเขาก็เสนอว่าจะหย่ากับภรรยา เพื่อให้เธอไปตามหาฝันและคนที่จะดูแลเธอได้ตลอดชีวิต

หลังจากที่ภรรยาจากไป เขาก็ทุ่มเทในการทำจักรสานมากขึ้น ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาสานไม้ไผ่ ลูกสาวของเขาก็กตัญญูมาก ตื่นขึ้นมาช่วยพ่อทำอาหารและเช็ดหน้าให้ ทำกับข้าวให้เสร็จแล้วค่อยไปโรงเรียน

ลูกสาวไม่สามารถทนเห็นพ่อต้องลำบากอีกต่อไป หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานในตัวเมือง ต่อมาไม่นานก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูก แต่ทว่าความกตัญญูของลูกสาวก็ไม่มีวันลดน้อยลง ทุกวันก่อนไปทำงานเธอก็จะมาล้างหน้าให้พ่อ ทำอาหารเช้าให้เสร็จก่อนออกไปทำงาน

แม้ว่านายหลี่จะต้องเผชิญหน้ากับภาระมากมาย และความยากลำบากแต่เขาก็ไม่เคยมองโลกในแง่ลบเลย กลับเป็นตัวอย่างที่ดีในการสู้ชีวิตให้ลูกหลานได้เห็น

โชคดีก็คือ ในปี 2014 รัฐบาลได้พิจารณาระบุว่า ครอบครัวของเขาเป็นครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จึงได้ให้เงินสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เขาบอกว่า รู้สึกซาบซึ้งและดีใจมากสำหรับเงินก้อนนี้มาก แต่ตราบใดที่เขาก็ยังมีแรงเขาก็สู้ต่อไป และจะไม่ยอมหยุดทำงาน หารายได้ ด้านรัฐบาลท้องถิ่นก็บอกว่า หากนายหลี่ต้องการไม้ไผ่ก็สามารถบอกได้ พวกเขาจะไปหามาให้เอง

นายหลี่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้หลายคนที่คิดท้อ ได้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ เรื่องราวของเขาได้เผยแพร่ออกไปมากมายทั้งในโลกโซเชียลมีเดียและอื่น ๆ อีกมากมาย หลายคนรู้สึกประทับใจมาก และก็มีหลายคนที่ติดต่อเขาเพื่อขอซื้อผลิตภัณฑ์จักรสานไม้ไผ่ที่เขาทำ

และก็มีผู้ใจดีสอนลูกสาวของเขาให้รู้จักเปิดร้านออนไลน์เพื่อขๅยสินค้าของพ่อ และก็มีคนบริจาคเงินเป็นทุนในการสร้าอาชีพต่อไป และหลานชายของเขาตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.6 แล้ว เป็นหลานที่กตัญญูเช่นกัน หวังว่าความดีของนายหลี่จะทำให้ครอบครัวของพวกเขาประสบความสำเร็จนะคะ

แหล่งที่มา หมื่นพันเหตุผล

เรียบเรียงโดย ยิ้มสยาม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

“ซูบิน” อวดหุ่นเป๊ะ ครบรอบ 2 ปี แห่งการลดน้ำหนัпเพื่อสุขภาพ สร้างแรงบันดาลให้ใครหลายคน

วันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของไอดอลสายกิน “ยาง ซูบิน” เน็ตไอดอลสาวชาวเกาหลีใต้ ก็คงจะเป็นชื…